ฮีทสโตรกในแมว 🔥
- BMH Ekachai
- 18 พ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที

ภัยร้ายที่เจ้าของต้องรู้จักและป้องกัน
ฤดูร้อนในประเทศไทยมักมาพร้อมกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงจนเกินจะทนได้ ไม่เพียงแต่คนที่ต้องเผชิญกับความร้อนอบอ้าว แต่สัตว์เลี้ยงอย่างแมวก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหา "ฮีทสโตรก" หรือโรคลมแดด ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับฮีทสโตรกในแมว พร้อมวิธีสังเกตและการป้องกันเพื่อให้คุณสามารถดูแลเพื่อนขนฟูได้อย่างดีที่สุด
❓ ฮีทสโตรกคืออะไร
ฮีทสโตรก (Heatstroke) คือภาวะที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนไม่สามารถปรับตัวหรือระบายความร้อนได้ ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส ในแมวที่ต้องเจอกับอากาศร้อนอบอ้าว ร่างกายจะพยายามระบายความร้อนด้วยการเลียขนหรือหอบ แต่เมื่อไม่สามารถลดอุณหภูมิได้ทัน ระบบภายใน เช่น หัวใจ ไต สมอง และปอด อาจได้รับความเสียหาย และในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่การเสียชีวิต
🐾 วิธีสังเกตอาการฮีทสโตรกในแมว
เลียขนบ่อยแมวจะเลียขนเพื่อช่วยระบายความร้อนในร่างกาย แต่หากเลียขนบ่อยผิดปกติ ควรเริ่มสังเกตอาการอื่นๆ เพิ่มเติม
กระวนกระวายแมวที่รู้สึกไม่สบายตัวจากความร้อนอาจมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น เดินวนไปมา หรือร้องบ่อย
ลิ้นและปากแดงลิ้นหรือเหงือกของแมวที่มีสีแดงสดเกินไปอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มร้อนจัด
อาเจียนเมื่อร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนได้ อาจทำให้แมวอาเจียนหรือมีอาการคลื่นไส้
เหงื่อออกที่อุ้งเท้าแมวระบายความร้อนผ่านเหงื่อที่อุ้งเท้า หากสัมผัสแล้วพบว่าอุ้งเท้าชื้นผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของฮีทสโตรก
เดินเซ อ่อนเพลียความร้อนทำให้ร่างกายอ่อนล้าและส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้แมวเดินเซหรือทรงตัวไม่ดี
หอบหรือหายใจเร็วแมวที่พยายามระบายความร้อนจะหายใจเร็วหรือหอบ หากมีอาการนี้ร่วมกับอาการอื่นๆ ควรรีบช่วยเหลือทันที
อุณหภูมิร่างกายสูงหากวัดอุณหภูมิแล้วพบว่าร่างกายแมวสูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ควรรีบหาวิธีลดอุณหภูมิ
เลียขนบ่อยแมวจะเลียขนเพื่อช่วยระบายความร้อนในร่างกาย แต่หากเลียขนบ่อยผิดปกติ ควรเริ่มสังเกตอาการอื่นๆ เพิ่มเติม
กระวนกระวายแมวที่รู้สึกไม่สบายตัวจากความร้อนอาจมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น เดินวนไปมา หรือร้องบ่อย
ลิ้นและปากแดงลิ้นหรือเหงือกของแมวที่มีสีแดงสดเกินไปอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มร้อนจัด
อาเจียนเมื่อร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนได้ อาจทำให้แมวอาเจียนหรือมีอาการคลื่นไส้
เหงื่อออกที่อุ้งเท้าแมวระบายความร้อนผ่านเหงื่อที่อุ้งเท้า หากสัมผัสแล้วพบว่าอุ้งเท้าชื้นผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของฮีทสโตรก
เดินเซ อ่อนเพลียความร้อนทำให้ร่างกายอ่อนล้าและส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้แมวเดินเซหรือทรงตัวไม่ดี
หอบหรือหายใจเร็วแมวที่พยายามระบายความร้อนจะหายใจเร็วหรือหอบ หากมีอาการนี้ร่วมกับอาการอื่นๆ ควรรีบช่วยเหลือทันที
อุณหภูมิร่างกายสูงหากวัดอุณหภูมิแล้วพบว่าร่างกายแมวสูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ควรรีบหาวิธีลดอุณหภูมิ
🛡 วิธีรับมือและป้องกันฮีทสโตรกในแมว
พาแมวอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทหลีกเลี่ยงการปล่อยแมวไว้ในที่อากาศร้อน เช่น ในรถหรือพื้นที่ไม่มีลม
ใช้พัดลมหรือแอร์ช่วยการเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศสามารถช่วยลดอุณหภูมิในห้องและทำให้แมวสบายขึ้น
หลีกเลี่ยงการจับอาบน้ำแมวอาจเครียดหากถูกจับอาบน้ำ ใช้วิธีเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำแทน โดยเน้นที่บริเวณศีรษะ ท้อง และอุ้งเท้า
วางน้ำดื่มไว้ให้ตลอดเวลาแมวควรมีน้ำดื่มสะอาดและเย็นตลอดเวลา หากแมวไม่ยอมดื่มน้ำ ให้ช่วยป้อนน้ำด้วยไซริงค์
มีที่นอนเย็นๆ ให้น้องการจัดเตรียมที่นอนเจลเย็น หรือบ้านดินเผาที่ช่วยเก็บความเย็น จะช่วยให้แมวรู้สึกสบาย
สังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดหากแมวเริ่มมีอาการผิดปกติ อย่ารอช้า ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
💡 เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับเจ้าของแมวในหน้าร้อนใช้พัดลมวางต่ำ: เพื่อให้ลมเย็นกระจายถึงตัวแมวเลี่ยงช่วงเวลาร้อนจัด: อย่าปล่อยให้แมวอยู่กลางแดดในช่วงเวลาเที่ยงถึงบ่ายเตรียมเจลเย็นหรือแผ่นเจล: วางในจุดที่แมวชอบนอนเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ
🐱 ฮีทสโตรกในแมวเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนจัด การดูแลแมวให้มีสภาพแวดล้อมที่เย็นสบาย มีน้ำดื่ม และพื้นที่ถ่ายเทอากาศเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณของฮีทสโตรก ควรรีบดำเนินการช่วยเหลือและพาไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน เพื่อให้เพื่อนขนฟูของคุณปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีในทุกฤดู 🐾✨




ความคิดเห็น